ในซิงเกิ้ลนอกจากจะมีเพลงใหม่อีกสองเพลงแล้ว ยังมีเพลง Door ที่หนุ่มๆเคยนำไปเล่นในหลายๆไลฟ์มาก่อนอีกด้วย (เช่น ID TOUR 2014) ซึ่งเพลง Door ก็จะถูกรวมมาอยู่ในซิงเกิ้ลนี้ด้วย
ซึ่งนอกจากจะมีซิงเกิ้ลใหม่แล้ว หนุ่มๆก็ยังมีไลฟ์ฮอลล์ทัวร์อีกครั้งสำหรับปลายปีนี้ หลังจากที่ได้มีฮอลล์ และไลฟ์คลับทัวร์ไปเมื่อกลางปีทีี่ผ่านมา ครัั้งนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ไลฟ์เช่นเเคยเหมือนกับซิงเกิ้ล Kuchizuke Diamond ซึ่งชื่อไลฟ์ของครั้งนี้ชื่อว่า WEAVER HALL TOUR 2015 Still Boys & Girls ~Sing Like Dancing In Our Hall~
และก็ถึงปี 2007 ถึงช่วงเวลาที่พวกเขาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย โอ๊คคุง (กีต้าร์เบส,เสียงประสาน) และเบ้จัง (กลอง,เสียงประสาน) ก็ได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยสายสามัญ แต่ขณะเดียวกันสุกิคุง (เปียโน,ร้องนำ) ก็เลือกที่จะศึกษาต่อในวิทยาลัยศิลปะและการดนตรีแทน ซึ่งในขณะที่วงก็ยังคงมีงานอยู่ รวมไปถึงกิจกรรมและงานของวงที่มีมากมาย รวมถึงการออกแสดงสดตามที่ต่างๆ จึงทำให้พวกเขาต้องหยุดการเรียนไป และในช่วงปลายปีเดียวกันนั้นเอง วงดนตรีก็ได้ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งด้วยสมาชิกในปัจจุบันที่มีจำนวน 3 คน คือ สุกิโมโตะ ยูจิ (ร้องนำ,เปียโน) โอคุโนะ โชตะ (เบส,เสียงประสาน) และคาวาเบะ โทรุ (กลอง,เสียงประสาน) โดยเปิดฉากการแสดงครั้งแรกที่ใจกลางเมืองโกเบ ในไลฟ์เฮ้าส์ VARIT และที่นั่นเองก็เป็ที่สร้างชื่อเสียงของวงทำให้คนกล่าวขานถึงพวกเขาอยู่มากมายในคำโปรยที่ว่า Trio Piano Rock Band ในนามชื่อวงว่า WEAVER กลับมามีชีวิตชีวาด้วยเสียงเพลงอีกครั้งนึง
รูปเมื่อปี 2011 ขณะที่โปรโมทซิงเกิ้ล Hard to say I love you ~Idasenakute~
และเมื่อเดือนตุลาคมปี 2009 Debut Download Single ของพวกเขา "Hakuchoumu" ก็ได้ถูกปล่อยออกมาสำหรับการเมเจอร์เดบิวท์ เริ่มต้นด้วย "Hakuchoumu" ต่อด้วย "Raise" เป็น Second Download Single และตามมาด้วย Third Download Single ซึ่งก็คือ "Tokidoki Sekai" ซึ่งผลงานเพลงทั้ง 3 เพลงที่ออกมาต่อเนื่องกันนี้ ประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ และเนื้อเพลงทั้งสามเพลงนั้นก็เป็นฝีมือในการเขียนเนื้อเพลงของเบ้จัง และด้วยการติด TOP 3 ใน Recochoku Rock Full และพวกเขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่่ายเพลงชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงให้กับวง flumpoor นั่นก็คือค่าย Asketch MUSIC Label ซึ่งเป็นค่ายเพลงย่อยมาจาก บริษัท Amuse ซึ่งเป็นบริษัทสื่อบันเทิงอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่น และพวกเขาเองก็ทำงานอยู่กับทีมทำเพลง Antwork
หน้าปกแจ็คเก็ตอัลบั้ม Tapestry
หลังจากนั้นอีกเพียงไม่นานพวกเขาก็ได้ปล่อย Debut Album "Tapestry" ซึ่งได้รับความนิยมถึงขั้นติดอันดับที่ 19 ใน Oricorn Album Weekly Chart อีกด้วย และในเดือน เมษายน ปี 2010 พวกเขาก็เดินทางเข้าโตเกียว เพื่อเริ่มต้นทำงานด้านดนตรีกันอย่างเต็มตัวในนาม Trio Piano Rock Band "WEAVER"
หน้าปกแจ็คเก็ตซิงเกิ้ล Hard to say Iove you ~Idasenakute~
ในเดือนมิถุนายน 2010 พวกเขาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชื่อดัง คาเมดะ เซอิจิ ในฐานะ Sound producer สำหรับ Single "Hard to say I love you ~Iidasenakute~" ซึ่งเป็น Packaged Single แรก และมันก็ถูกใช้เป็นเพลงหลักประกอบซีรีย์ทางช่อง Fuji TV เรื่อง "Sunao ni Narenakute" โดยในหน้าที่ของเบ้จังคือการลงมือเขียนเนื้อร้องทั้งหมดทั้งซิงเกิ้ลเหมือนกับในส่วนของเดบิวต์อัลบั้มในผลงานครั้งที่แล้ว และต่อมาก็ได้ปล่อย Download Single ล่าสุดของพวกเขา "Bokura no eien ~Nando umarekawatte mo, te o tsunagitai dake no ai dakara~" ก็ได้ถูกเลือกเพื่อใช้ประกอบโฆษณา au's "LISMO!" และยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "Love Come" อีกด้วย
สำหรับอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาซึ่งมีทั้งสอง Single นี้รวมอยู่ด้วย ได้ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งอัลบั้มได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกชื่อว่า “Shinsekai Souzouki” (New World Creation Chronicle) จะวางจำหน่ายวันที่ 25 สิงหาคม และส่วนที่สอง “Shinsekai Souzouki” วางจำหน่ายวันที่ 29 กันยายน 2010 ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อเพลงของอัลบั้มชุดนี้ก็ยังเป็นฝีไม้ลายมือของเบ้จังเช่นเคย
29 ธันวาคม เพลงใหม่ของ WEAVER "Kimi no Tomodachi" ได้ถูกนำมาใช้เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาในงานแข่งขันฟุตบอลมัธยมปลายแห่งชาติครั้งที่ 89
9 กุมภาพันธ์ 2011 การแสดงไลฟ์ "Shinsekai Souzouki" ซึ่งจัดขึ้นที่ Ebisu LIQUIDROOM ได้ถูกบันทึกและนำมาทำเป็น DVD ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก และในวันเดียวกัน เพลงใหม่ "(a)(i) wo atsumete" ก็ได้ถูกวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน
ในเดือน เมษายน ที่ผ่านมา พวกเขาได้มีไลฟ์เป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก WEAVER First HALL Live 2011「Spring Field Forever~『a』『i』 no afureru basho~」ซึ่งจัดขึ้นที่ NHK Osaka Hall เมืองโอซาก้า ในวันที่ 1 เมษายน และที่ C.C.Lemon Hall ย่านชิบุยะ ในวันที่ 3 เมษายน
ภาพจากไลฟ์ WEAVER ID TOUR 2014 Leading Ship at Shibuya Public Hall