แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 河邉徹 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 河邉徹 แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

WEAVER TimePiece EP.02 ซิงเกิ้ลใหม่! (6th Single "Boys&Girls" release)



สวัสดีครับ!!!!!!


วันนี้ไทม์พีชก็ไม่มีอะไรมากครับ แต่แค่จะนำข่าวคราวของวีเว่อร์มาอัพเดต
กับซิงเกิ้ลที่ 6 ที่สามหนุ่มซุ่มทำกันอยู่มาเกือบปี (ซึ่งนั่นก็แปลว่าซุ่มทำเพลงกันตั้งแต่ก่อนจะปล่อยเพลง Kuchizuke Diamond แล้ว)


ภาพโปรโมทซิงเกิ้ล Boys & Girls ที่เดินทางไปถ่ายทำที่สหรัฐอเมริกา


แล้วก็ซิงเกิ้ลนี้จะถูกกำหนดวันวางแผงไว้แล้วเรียบร้อยแล้วครับ นั่นก็คือ วันที่ 7 ตุลาคมนี้นั่นเอง
โดยซิงเกิ้ลนี้มีชื่อซิงเกิ้ลว่า "Boys & Girls" โดยแนวเพลงก็ยังคงออกมาในแนวจังหวะมีเดียมตามที่สามหนุ่มถนัดกันอยู่แล้ว โดยยังคงใช้เสน่ห์ของเครื่องสายเข้ามาช่วยทำให้เพลงมีสีสันมากขึ้น เหมือนกับสามซิงเกิ้ลก่อนๆ เช่นเพลง Yumejyanai Konosekai , Kocchi wo Muite yo และเพลง Kuchizuke Diamond
ซึ่งเพลงนี้เบ้จังก็ยังคงรับหน้าที่เขียนเนื้อร้อง และสุกิคุงยังคงรับหน้าที่เขียนทำนองเช่นเคย
ในซิงเกิ้ลนอกจากจะมีเพลงใหม่อีกสองเพลงแล้ว ยังมีเพลง Door ที่หนุ่มๆเคยนำไปเล่นในหลายๆไลฟ์มาก่อนอีกด้วย (เช่น ID TOUR 2014) ซึ่งเพลง Door ก็จะถูกรวมมาอยู่ในซิงเกิ้ลนี้ด้วย
และความพิเศษสำหรับคนที่สั่งซื้อซีดีผ่าน Asmart Shop (สั่งซื้อ กดตรงนี้เลย) รวมถึงในสินค้าล็อตแรกที่สั่งกับทุกร้านซีดีชั้นนำจะได้ รับเบอร์แบนด์ หรือสายรัดข้อมือที่ออกแบบมาเพื่อซิงเกิ้ลนี้โดยเฉพาะ นำไปใส่ข้อมือเก๋ๆเพื่ออวดว่าตัวเองเป็นแฟนพันธฺุ์แท้ของ WEAVER ได้อีกด้วย




ซึ่งนอกจากจะมีซิงเกิ้ลใหม่แล้ว หนุ่มๆก็ยังมีไลฟ์ฮอลล์ทัวร์อีกครั้งสำหรับปลายปีนี้ หลังจากที่ได้มีฮอลล์ และไลฟ์คลับทัวร์ไปเมื่อกลางปีทีี่ผ่านมา ครัั้งนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ไลฟ์เช่นเเคยเหมือนกับซิงเกิ้ล Kuchizuke Diamond ซึ่งชื่อไลฟ์ของครั้งนี้ชื่อว่า WEAVER HALL TOUR 2015 Still Boys & Girls ~Sing Like Dancing In Our Hall~


ปกซิงเกิ้ล Boys & Girls


ซึ่งซิงเกิ้ลนี้มีรายละเอียดดังนี้ครับ
รายชื่อเพลง
M1.Boys & Girls 
M2.Door 
M3.Happiness 〜ふたりは今も〜
M4.Boys & Girls(Instrumental)

ราคา: 1,200 yen (tax out)
รหัสสินค้า: AZCS-2049
ประเภท: CD


ติดตาม WEAVER ได้ที่

ดาวน์โหลดผลงานเพลงของ WEAVER ได้ที่
ซื้อผลงานของ WEAVER ได้ที่


วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

WEAVER TimePiece EP.01 สุขสันต์วันเกิดเบ้จัง!!!!!! (Toru Kawabe 27th Years Old)

สวัสดีคร้าบบบบบบบ!

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดคุณพี่หัวเห็ด คาวาเบะ โทรุ ของผมครับ
ปีนี้อายุครบ 27 ปีบริบูรณ์แล้ว เย้!~!!!!!!!!!


นี่เป็นสเปเชียลบล๊อกในนามว่า WEAVER TimePiece ซึ่งบล๊อกนี้เป็น Episode แรกนะฮะ
บล๊อกนี้ว่ามาอวยพรวันคล้ายวันเกิดของรุ่นพี่เบ้จัง ที่ผมเคารพและนับถือมากๆ ในทุกๆด้านเลยด้วยครับ
ก็จะมาเขียนความประทับใจเรื่องราวต่างๆรวมถึงเหตุผลว่าทำไมผมถึงรักและเคารพเบ้จังถึงขนาดนั้น
และรวบรวมรูปภาพสวยๆและภาพเบื้องหลังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของเบ้จังมาให้ทุกคนได้ชมกันด้วย
เอาล่ะ ขอร้องเพลง Happy Birthday และ ขออวยพรให้เบ้จังก่อนเลยแล้วกันนะครับ (^^)

" Happy birthday to you, Happy birthday to you
Happy Birthday Happy Birthday, Happy Bithday dear Bechan"

" ขอให้เบ้จังมีความสุขมากๆนะครับ ขอให้แฟนๆหลงรักเยอะๆ เขียนเพลงดีๆออกมาเยอะๆ
ขอบคุณมากๆนะครับ สำหรับเนื้อเพลงที่มีความหมายดีดีออกมาให้พวกเราแฟนคลับได้รับฟัง
ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าง และก็ขอให้เบ้จังอยู่กับแฟนๆในนาม WEAVER ไปนานๆ ขอให้มีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรงมากๆ และก็ขอให้โชคดีมีชัยด้วยนะครับ คุณพี่หัวเห็ด (ฮา) "



----มารู้จักเบ้จัง & วง WEAVER กันหน่อย----


คาวาเบะ โทรุ(河邉徹)หรือชื่อเล่น เบ้จัง(ベーちゃん)เกิดวันที่ 28 มิถุนายน ปีศริสต์ศักราช 1988
เริ่มเรียนโรงเรียนมัธยมปลายโกเบเมื่อปี 2004 ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของจังหวัด Hyogo ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เบ้จังเริ่มเล่นดนตรีและเริ่มก่อตั้งวงดนตรีแบบ 4 Piece Band ในโรงเรียนร่วมกับเพื่อนอีก 3 คน  โดยเบ้จังรับตำแหน่งตีกลองชุดและเสียงประสาน และสมาชิกอีก 2 คนในวงนั้นก็รวมถึงสมาชิกอีก 2 คนในปัจจุบันของวง นั่นคือ สุกิคุง (ร้องนำ,เปียโน) และ โอ๊คคุง (กีต้าร์เบส,เสียงประสาน) และเพื่อนอีกหนึ่งคนที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในวงแล้ว (ตำแหน่งกีต้าร์ ณ ตอนที่ยังเป็นวงดนตรี 4 ชิ้น) ก่อตั้งขึ้นเป็นวงดนตรีในนาม "WEAVER"  

รูปตอนสมัยเรียนมัธยมปลาย เรียงจากซ้ายไปขวา เบ้จัง > สุกิคุง > โอ๊คคุง

และก็ถึงปี 2007 ถึงช่วงเวลาที่พวกเขาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย โอ๊คคุง (กีต้าร์เบส,เสียงประสาน) และเบ้จัง (กลอง,เสียงประสาน) ก็ได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยสายสามัญ แต่ขณะเดียวกันสุกิคุง (เปียโน,ร้องนำ) ก็เลือกที่จะศึกษาต่อในวิทยาลัยศิลปะและการดนตรีแทน ซึ่งในขณะที่วงก็ยังคงมีงานอยู่ รวมไปถึงกิจกรรมและงานของวงที่มีมากมาย รวมถึงการออกแสดงสดตามที่ต่างๆ จึงทำให้พวกเขาต้องหยุดการเรียนไป และในช่วงปลายปีเดียวกันนั้นเอง วงดนตรีก็ได้ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งด้วยสมาชิกในปัจจุบันที่มีจำนวน 3 คน คือ สุกิโมโตะ ยูจิ (ร้องนำ,เปียโน) โอคุโนะ โชตะ (เบส,เสียงประสาน) และคาวาเบะ โทรุ (กลอง,เสียงประสาน) โดยเปิดฉากการแสดงครั้งแรกที่ใจกลางเมืองโกเบ ในไลฟ์เฮ้าส์ VARIT และที่นั่นเองก็เป็ที่สร้างชื่อเสียงของวงทำให้คนกล่าวขานถึงพวกเขาอยู่มากมายในคำโปรยที่ว่า Trio Piano Rock Band ในนามชื่อวงว่า WEAVER กลับมามีชีวิตชีวาด้วยเสียงเพลงอีกครั้งนึง

รูปเมื่อปี 2011 ขณะที่โปรโมทซิงเกิ้ล Hard to say I love you ~Idasenakute~

และเมื่อเดือนตุลาคมปี 2009 Debut Download Single ของพวกเขา "Hakuchoumu" ก็ได้ถูกปล่อยออกมาสำหรับการเมเจอร์เดบิวท์ เริ่มต้นด้วย "Hakuchoumu" ต่อด้วย "Raise" เป็น Second Download Single และตามมาด้วย Third Download Single ซึ่งก็คือ "Tokidoki Sekai" ซึ่งผลงานเพลงทั้ง 3 เพลงที่ออกมาต่อเนื่องกันนี้ ประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ และเนื้อเพลงทั้งสามเพลงนั้นก็เป็นฝีมือในการเขียนเนื้อเพลงของเบ้จัง และด้วยการติด TOP 3 ใน Recochoku Rock Full และพวกเขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่่ายเพลงชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงให้กับวง flumpoor นั่นก็คือค่าย Asketch MUSIC Label ซึ่งเป็นค่ายเพลงย่อยมาจาก บริษัท Amuse ซึ่งเป็นบริษัทสื่อบันเทิงอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่น และพวกเขาเองก็ทำงานอยู่กับทีมทำเพลง Antwork


หน้าปกแจ็คเก็ตอัลบั้ม Tapestry

หลังจากนั้นอีกเพียงไม่นานพวกเขาก็ได้ปล่อย Debut Album "Tapestry" ซึ่งได้รับความนิยมถึงขั้นติดอันดับที่ 19 ใน Oricorn Album Weekly Chart อีกด้วย และในเดือน เมษายน ปี 2010 พวกเขาก็เดินทางเข้าโตเกียว เพื่อเริ่มต้นทำงานด้านดนตรีกันอย่างเต็มตัวในนาม Trio Piano Rock Band "WEAVER"




หน้าปกแจ็คเก็ตซิงเกิ้ล Hard to say Iove you ~Idasenakute~
ในเดือนมิถุนายน 2010 พวกเขาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชื่อดัง คาเมดะ เซอิจิ ในฐานะ Sound producer สำหรับ Single "Hard to say I love you ~Iidasenakute~" ซึ่งเป็น Packaged Single แรก และมันก็ถูกใช้เป็นเพลงหลักประกอบซีรีย์ทางช่อง Fuji TV เรื่อง "Sunao ni Narenakute" โดยในหน้าที่ของเบ้จังคือการลงมือเขียนเนื้อร้องทั้งหมดทั้งซิงเกิ้ลเหมือนกับในส่วนของเดบิวต์อัลบั้มในผลงานครั้งที่แล้ว และต่อมาก็ได้ปล่อย Download Single ล่าสุดของพวกเขา "Bokura no eien ~Nando umarekawatte mo, te o tsunagitai dake no ai dakara~" ก็ได้ถูกเลือกเพื่อใช้ประกอบโฆษณา au's "LISMO!" และยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "Love Come" อีกด้วย

สำหรับอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาซึ่งมีทั้งสอง Single นี้รวมอยู่ด้วย ได้ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งอัลบั้มได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกชื่อว่า “Shinsekai Souzouki” (New World Creation Chronicle) จะวางจำหน่ายวันที่ 25 สิงหาคม และส่วนที่สอง  “Shinsekai Souzouki” วางจำหน่ายวันที่ 29 กันยายน 2010 ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อเพลงของอัลบั้มชุดนี้ก็ยังเป็นฝีไม้ลายมือของเบ้จังเช่นเคย

29 ธันวาคม เพลงใหม่ของ WEAVER "Kimi no Tomodachi" ได้ถูกนำมาใช้เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาในงานแข่งขันฟุตบอลมัธยมปลายแห่งชาติครั้งที่ 89

9 กุมภาพันธ์ 2011 การแสดงไลฟ์ "Shinsekai Souzouki" ซึ่งจัดขึ้นที่ Ebisu LIQUIDROOM ได้ถูกบันทึกและนำมาทำเป็น DVD ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก และในวันเดียวกัน เพลงใหม่ 
"(a)(i) wo atsumete" ก็ได้ถูกวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน
ในเดือน เมษายน ที่ผ่านมา พวกเขาได้มีไลฟ์เป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก WEAVER First HALL Live 2011「Spring Field Forever~『a』『i』 no afureru basho~」ซึ่งจัดขึ้นที่ NHK Osaka Hall เมืองโอซาก้า ในวันที่ 1 เมษายน และที่ C.C.Lemon Hall ย่านชิบุยะ ในวันที่ 3 เมษายน




ภาพจากไลฟ์ WEAVER ID TOUR 2014 Leading Ship at Shibuya Public Hall

ซึ่งเวลานั้น (ปี 2011) เบ้จังเองก็กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย Kwansei Gakuin (เอกปรัชญา) เบ้จังจึงต้องเดินทางกลับบ้านสัปดาห์ละสองครั้งเพื่อไปเรียนหนังสือ และก็ได้สำเร็จการศึกษาเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิในปี 2011
และทางด้านโอ๊คคุงก็ลงทะเบียนเรียนเป็นนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยโอซาก้า แต่เขาต้องหยุดเรียนไว้เพื่อมาทำงานดนตรีอย่างเต็มตัว


ภาพจากโปรเจคพิเศษที่ WEAVER มาประเทศไทย

และในช่วงปลายปี 2011 พวกเขาก็ได้ฤกษฺ์ปล่อยซิงเกิ้ลที่สองที่มีชื่อว่า "Egao no Aizu" เพื่อมาประกอบรายการ TV-show Asian Ace และช่วงต้นปี 2013 พวกเขาก็ได้ปล่อยสตูดิโออัลบั้มที่พวกเขาสร้างสรรค์ด้วยมือของพวกเขาที่มีชื่ออัลบั้มว่า Handmade และได้ออกทัวร์อีกครั้ง จนถึงช่วงกลางปีพวกเขาได้ปล่อยซิงเกิ้ลที่ 3 YumeJyanai Konosekai และช่วงปลายปีพวกเขาก็ได้มีโอกาสมาทำโปรเจคที่ประเทศไทยกับวง Instinct ในเพลง Light และ Time Will Find Away ซึ่งเพลง Time Will Find Away ก็ถูกนำมาบรรจุอยู่ในซิงเกิ้ลที่ 4 Kocchi wo Muite yo ซึ่งเป็นเพลงที่ถูกมาใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Momose , Kocchi wo Muite และหลังจากปล่อยซิงเกิ้ลที่ 4 พวกเขาก็ได้มีโอกาสไปเรียนที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษเวลาทั้งหมด 6 เดือนเต็ม และได้กลับทำงานเพลงที่พวกเขารักอีกครั้งในซิงเกิ้ลที่ 5 Kuchizuke Diamond ซึ่งถูกนำมาประกอบอนิเมะเรื่อง Yamadakun to 7nin Majo ซึ่งถือเป็นเส้นทางดนตรีเส้นใหม่ในปีที่ 6 ของพวกเขา 

ภาพปัจจุบันของ WEAVER เรียงจากซ้ายไปขวา เบ้จัง > สุกิคุง > โอ๊คคุง

ซึ่งกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าเพลงของ WEAVER นั้นมีทำนองที่เป็นเอกลักษณ์ และเนื้อหาที่แสดงออกถึงโลกทัศน์ที่ “โดดเดี่ยวแต่แข็งแกร่ง” สำหรับแผนงานในปัจจุบัน คาเมดะ เซอิจิก็ยังคงทำหน้าที่เป็น Sound producer ร่วมถึงพวกเขาเองก็ได้ทำดนตรีของพวกเขาอย่างเต็มที่และใส่รายละเอียดในทุกๆขึ้นตอนการผลิต ซึ่งตั้งแต่เริ่มเดบิวต์จนถึงปัจจุบัน พวกเขาทั้งสามคนมีหน้าที่ตามนี้
  • สุกิโมโตะ ยูจิ (สุกิคุง) รับหน้าที่ประพันธ์ทำนอง ร้องนำและเปียโน
  • โอคุโนะ โชตะ (โอ๊คคุง) รับหน้าที่ประพันธ์ทำนอง กีต้าร์เบสและเสียงประสาน
  • คาวาเบะ โทรุ (เบ้จัง) รับหน้าที่เขียนเนื้อร้อง กลองและเสียงประสาน
และปัจจุบันพวกเขาก็ได้เดินบนเส้นทางดนตรีมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว พวกเขาได้สร้างโลกใบใหม่ด้วยเสียงเพลงของพวกเขาและพวกเขายังบอกในการสัมภาษณ์พิเศษของ KKBOX ว่า

" พวกเขาต้องการจะสร้างดนตรีให้เป็นบทเพลงประโลมโลก ให้ทุกคนที่ได้ฟังมีกำลังใจจากเพลงของพวกเขาและอยู่กับความเป็นจริงพร้อมสู้กับปัญหาและไม่เดินหนีมัน พวกเขาบอกว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเขาฝันเอาไว้เสมอ ว่าทุกคนที่ได้ฟังเพลงของพวกเขาจะมีกำลังใจดีดีกลับไป "


และนี่เองก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมประทับใจเบ้จังมากๆทั้งรักและก็ชื่นชมในฝีไม้ลายมือในการเขียนเพลงและการเล่นดนตรี และนั่นแหละครับ ผมถึงยกย่องเบ้จังเป็นไอดอลและเป็นบุคคลที่ผมรักมากอีกหนึ่งคน

















ติดตาม WEAVER ได้ที่

ดาวน์โหลดผลงานเพลงของ WEAVER ได้ที่



วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

[ความประทับใจ+แปลเพลง] 泣きたいくらい幸せになれるよ (มีความสุขจนอยากจะร้องไห้ออกมา) :: WEAVER

คือแต่ก่อนก็ชอบเพลงนี้ไม่น้อยนะครับ แต่ก็ห่างหายไป หันไปฟังเพลงใหม่ๆก็เยอะ จนได้มีโอกาสมาดูไลฟ์ครบรอบวันเกิดเบ้จัง (จริงๆก็ดูหลายรอบล่ะ แต่ไม่เคยดูจนจบสักที) ก็แบบในช่วงอังกอร์สามหนุ่มหยิบเพลงนี้มาเล่นเสียด้วย แต่มันก็เฉยๆแหละครับ ถ้าเล่นตามเวอร์ชั่นปกติ แต่ครั้งนี้มันไม่ปกติสิครับ เพราะเบ้จังโชว์ร้องเพลงนี้ด้วย ก็เลยหันมาชอบเพลงนี้อย่างบอกไม่ถูก คือไม่เคยได้ยินเสียงเบ้จังร้องเพลงแบบเต็มๆสักครั้งเลย นี่น่าจะเป็นครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งเดียว เบ้จังก็ไม่ได้เสียงดีหรือมีของอะไรในตัวหรอกนะครับ แต่เสน่ห์ตอนที่ตีกลองไปด้วยร้องเพลงไปด้วยเนี่ย มันเทพชัดๆ คือตีกลองนะครับ แล้วร้องเพลงไปด้วยนะครับ คนธรรมดาเค้าทำตามกันยากครับ สำหรับผมเองผมว่ามันต้องแยกระบบประสาทอย่างมากเลยครับ คืออย่างสุกิคุง เปียโนกับร้องเนี่ยมันก็ยังพอไปด้วยกันได้ หรือโอคคุงกับเบสเนี่ยมันก็ยังสบายๆใช่มั้ยครับ แต่ตีกลองกับร้องเนี่ยมันไม่น่าจะไปกันได้เลยล่ะ ก็เลยประทับใจตรงช็อตนั้นอีกช็อตนึงครับ เพราะว่าส่วนตัวประทับใจทุกเพลงในไลฟ์นี้มากๆอยู่แล้ว มีแต่เพลงเพราะๆแล้วสามหนุ่มก็ Performance ดีไม่มีตก แถมยังพัฒนาตัวเองขึ้นมาอีก ต้องยอมรับครับว่าพวกเขาเก่งกันมากๆ
แล้วพี่เบ้ก็เท่ห์ไม่มีเปลี่ยนครับ ถึงแม้จะไม่ปล่อยทรงหัวเห็ดแล้วก็เหอะ ฮ่าๆๆๆๆ


เพลงนี้ผมไม่ได้แปลเองนะครับ คือประทับใจกับเพลงนี้มากๆเลยขอนำคำแปลมาแชร์ต่อนะครับ
ขอความกรุณายืมคำแปลมาจากคุณ  Ame~ ซึ่งเป็น Translator จาก konohana-sakura.blogspot.com นะครับ ขออนุญาติและขอความกรุณามา ณ ที่นี้ ด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ :D







เพลง: 泣きたいくらい幸せになれるよ (มีความสุขจนอยากจะร้องไห้ออกมา)
ศิลปิน: WEAVER
อัลบั้ม: 2nd Single 笑顔の合図
เขียนคำร้องโดย: 河邉徹 (คาวาเบะ โทรุ)
ประพันธ์ทำนองโดย: 杉本雄治 (ซึงิโมโตะ ยูจิ)
เรียบเรียง: WEAVER & 亀田誠治







泣きたいくらい幸せになれるよ
nakitai kurai shiawase ni nareru yo
มีความสุขจนอยากจะร้องไห้ออกมา



繋いだ手嬉しくて

tsunaida te ureshikute

มือที่กุมกันอยู่อย่างนี้ ผมดีใจเหลือเกิน


放さないと誓うよ

hanasanai to chikau yo
จนต้องภาวนาอย่าให้เราต้องปล่อยมือจากกัน



10年先を想像してみる

jyuunen saki wo souzou shite miru

ลองจินตนาการถึงเวลาในสิบปีข้างหน้าดู



どんな場所で暮らして何をしてる
donna basho de kurashite nani wo shiteru
ในตอนนั้นจะอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่นะ


わからなくて不安もあるけど

wakaranakute fuan mo arukedo

เพราะว่ายังไม่รู้ก็เลยไม่สบายใจขึ้นมา



君と共に歩める未来ならば
kimi to tomo ni ayumeru mirai naraba
แต่ถ้าในอนาคตนั้นฉันได้เดินเคียงข้างไปพร้อมกับเธอ


一人じゃないってなんだろうな

hitori jyanaitte nandarou na

ก็คงไม่โดดเดี่ยวแล้วสินะ



人って結局孤独だって
hitotte kekkyouku kodoku datte
ถึงสุดท้ายจะต้องอยู่เพียงลำพัง

鼻で笑ってた
hana de waratteta
ก็จะหัวเราะออกมาได้

だけど今握った手があたたか過ぎて
dakeko ima nigitta te ga atataka sugite
น้ำตาที่คลออยู่นี้ไม่ใช่เพราะความเศร้า

悲しくもないのに涙目だ

kanashiku mo nai no ni namida me da
แต่เพราะว่าในตอนนี้ มือที่จับกันไว้มันอบอุ่นมากต่างหาก



泣きたいくらい幸せになれるよ

nakitai kurai shiawase ni nareru yo

มีความสุขจนอยากจะร้องไห้ออกมา



繋いだ手嬉しくて
tsunaida te ureshikute
มือที่กุมกันอยู่อย่างนี้ ผมดีใจเหลือเกิน

放さないと誓うよ

hanasanai to chikau yo
จนต้องภาวนาอย่าให้เราต้องปล่อยมือจากกัน


言葉じゃ足りない

kotoba jya tarinai

ความรู้สึกของวันนี้นั้น



今日のこの気持ちだけは
kyou no kono kimochi dake wa
จะให้อธิบายออกมาเป็นคำพูดก็คงไม่พอ

どんな時も
donna toki mo
เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่

色褪せない愛の色

iroasenai ai no iro
สีแห่งความรักนี้ก็จะไม่จืดจางลงไป



並んで歩くことに慣れたから

narande aruku koto ni nareta kara

เพราะว่าเดินเคียงข้างกันมาจนคุ้นเคย



向き合って見た君の目 少し照れる
mukiatte mita kimi no me sukoshi tereru
พอหันไปมองตาของเธอ ก็เลยรู้สึกว่าเขินอยู่นิดหน่อย


当たり前の時間が過ぎてく

atarimae no jikan ga sugiteku

เวลาแสนธรรมดาที่ผ่านไป



それがとても愛しく思えるんだ
sore ga totemo itoshiku omoerunda
มันทำให้รู้สึกว่ารักมากขึ้นไปอีก


思いやる余裕もなくて

omoi yaru yoyuu mo nakute

พอมาคิดดู เวลามันก็เหลือไม่เยอะแล้ว



嫌なとこや欠点ばっか
ya na toko ya ketten bakka 
แค่อยากจะบอกสิ่งที่สำคัญออกไปให้มากกว่านี้

数えていくより
kazoeteiku yori
ให้มากกว่าการมานั่งนับ

大切なことをもっと伝えていたい
taisetsu na koto wo motto tsutaeteitai
สิ่งที่ไม่ชอบหรือจุดที่บกพร่อง

素直な気持ちでこれからは

sunao na kimochi de korekara wa
หลังจากนี้มันคือความรู้สึกที่แท้จริงนะ



泣きたいくらい幸せになろうよ

nakitai kurai shiawase ni narou yo

มามีความสุขจนอยากจะร้องไห้ไปด้วยกันเถอะ



ポケットにしまってた
POKETTO ni shimatteta
กระเป๋าที่ถูกปิดไว้

気持ちがこぼれ出す

kimochi ga kobore dasu
แค่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นมันหลั่งไหลออกมา


君を今すぐ抱きしめてしまいたいけど

kimi wo ima sugu dakishimete shimaitai kedo

ฉันอยากจะกอดเธอเอาไว้



同時にただ
douji ni tada
แต่ในเวลาเดียวกัน

見守っていたくて

mimamotteitakute
ก็อยากจะเฝ้ามองเธอไปด้วยแค่นั้นเอง



心に浮かぶたくさんの景色に

kokoro ni ukabu takusan no keshiki ni

ภาพทิวทัศน์หลายๆที่มันผุดขึ้นมาในหัวใจ



1つずつ ありがとう
hitotsu zutsu arigatou
สิ่งเดียวก็คือ ขอบคุณนะ

ちゃんと伝えたいね
chanto tsutaetai ne
ที่อยากจะบอกออกไป

二人いつかまたケンカする日が来ても
futari itsuka mata KENKAsuru hi ga kitemo
ถึงซักวันนึงเราสองคนจะทะเลาะกันอีก

大丈夫 手を握りしめて
daijyoubu te wo nigirishimete
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก

一緒に行こうよ
issho ni ikou yo
แค่เราจับมือไว้แล้วเดินไปด้วยกัน

泣きたいくらい幸せになれるよ
nakitai kurai shiawase ni nareru yo
มีความสุขจนอยากจะร้องไห้ออกมา

繋いだ手嬉しくて
tsunaida te ureshikute
มือที่กุมกันอยู่อย่างนี้ ผมดีใจเหลือเกิน

もう放さないんだ

mou hanasanain da
จนต้องภาวนาอย่าให้เราต้องปล่อยมือจากกัน

言葉じゃ足りない

kotoba jya tarinai

ความรู้สึกของวันนี้นั้น



ここにある気持ちだけは
koko ni aru kimochi dake wa
จะให้อธิบายออกมาเป็นคำพูดก็คงไม่พอ

どんな時も
donna toki mo
เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่

色褪せない愛の色

iroasenai ai no iro
สีแห่งความรักนี้ก็จะไม่จืดจางลงไป



二人で描く色

futari de egaku iro
เป็นสีที่เราสองคนวาดมันขึ้นมาด้วยกัน





Kanji : J-lyric.net
Romanji + Translate : Ame~ (http://konohana-sakura.blogspot.com)

ขอบคุณคุณ Ame~ มากๆนะครับสำหรับคำแปล และก็ต้องขอบคุณ konohana-sakura บ้านแปลเพลงญี่ปุ่นที่น่าเชื่อที่สุดในไทยด้วยนะครับ :D ขอบคุณมากครับ อะริกาโต๊~~