วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

[เนื้อเพลงแปลไทย] Homey - RYTHEM /by GAMEkitt



 
Homey (ความอบอุ่น)


Artist: RYTHEM リズム
Album: リズム
作詞 (Lyric):新津由衣 (Yui Niitsu)
作曲 (Music): 新津由衣 (Yui Niitsu)
編曲 (Produced): RYTHEM/河野伸
แปลไทยโดย: เกมส์กิต GAMEkitt



あぁもう無理だって
Aa mou muri datte
อืม มันไม่มีทางเป็นไปได้
全部崩しちゃいたいときに
Zenbu kuzushicha itai toki ni
เวลานี้ ทุกสิ่งมันพังทลายหมดแล้ว
優しく包んでくれたのは君だった
Yasashiku tsutsunde kureta no wa kimidatta
เหลือเพียงความอ่อนโยนที่เธอมอบให้ถูกเก็บรักษาไว้

大事な宝物は
Daijina takaramono wa
สมบัติล้ำค่าที่แสนสำคัญ
いつだって
Itsu datte
ไม่ว่าจะเมื่อไหร่
手の中にあるのでしょう
Te no naka ni aru no deshou
มันก็ยังอยู่ในมือนี้ไม่ใช่เหรอ
静かに息を吸った
Shizuka ni iki o sutta
สูดลมหายใจเข้าไปอย่างเงียบๆ

さよならじゃないよ
Sayonara ja nai yo
นี่ไม่ใช่การจากลา
あの星へ続いていくストーリー
Ano hoshi e tsuzuite iku SUTOORII
เรื่องราวของการไปสู่ดวงดาวนั้น
こぼれた涙キラリ
Koboreta namida kirari
แสงระยิบระยับของน้ำตาที่ร่วงหล่น
見ないふりして笑ってうなずいたら
Minai furi shite waratte unazuitara
ที่พยักหน้าตอบแกล้งหัวเราะ ทำเป็นมองไม่เห็น
そばにいたいと胸が泣く
Soba ni itai to mune ga naku
แม้จะแอบร้องไห้และแน่นหน้าอกตอนที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน
最後のストーリー
Saigo no SUTOORII
แต่ในท้ายที่สุดของเรื่องนี้
言葉にはできないけど
Kotoba ni wa dekinai kedo
ก็ไม่สามารถพูดคำนั้นออกไปได้อยู่ดี

泳いだ目で嘘をついたんじゃないかって
Oyoida me de uso o tsuita n janai ka tte
พูดโกหกแสแสร้งเพื่อกลบเกลื่อน
不安になるんだ
Fuan ni naru nda
ก็ทำให้รู้สึกแอบกังวลขึ้นมา
ただそれだけのことで
Tada soredake no kotode
แค่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นเอง
知らないことがまた増えた様な
Shiranai koto ga mata fueta youna
สิ่งที่ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นก็คือเรื่องที่ยังไม่รู้
気がしてこわくなるの
Ki ga shite kowaku naru no
แปรเป็นความรู้สึกที่กลัวขึ้นมา
ため息をついた
Tameiki o tsuita
ทำได้แค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

ひとつではないよ
Hitotsu de wa nai yo
มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องอะไรที่สำคัญที่สุด
人は皆 別々のストーリー
Hito wa mina Betsubetsu no SUTOORII
เรื่องต่างๆมันแยกออกจากกัน สำหรับทุกคน
君の言うこともわかるからって優しくうなずいたら
Kimi no iu koto mo Wakarukara tte yasashiku unazuitara
ก็พยักหน้าตอบเบาๆ ว่าเข้าใจเรื่องที่เธอพูด
一瞬だけ重なり合う二人のストーリー
Isshun dake kasanariau Futari no SUTOORII
เรื่องของเราทั้งสองคน ที่ทับซ้อน (เหมือนกัน) เมื่อตะกี้
今だけは時を止めて
Ima dake wa toki o tomete
อยากให้หยุดเวลา เอาไว้แค่ตอนนี้

想像してた様な未来とは違う
Souzou shi teta youna mirai to wa chigau
ภาพในอนาคตมันแตกต่างกับที่จินตนาการ
だけど後悔はない
Dakedo koukai wa nai
แต่ถึงอย่างนั้นก็จะไม่เสียใจ
そんな風に辿り着いていければいい
Sonna fuu ni tadori tsuite ikereba ii
สิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นเมื่อโอกาสมาถึง

さよならじゃないよ
Sayonara ja nai yo
นี่ไม่ใช่การจากลา
あの星へ続いていくストーリー
Ano hoshi e tsuzuite iku SUTOORII
เรื่องราวของการไปสู่ดวงดาวนั้น
こぼれた涙キラリ
Koboreta namida kirari
แสงระยิบระยับของน้ำตาที่ร่วงหล่น
見ないふりして笑ってうなずくから
Minai furi shite waratte unazukukara
ที่พยักหน้าตอบและแกล้งหัวเราะ ทำเป็นมองไม่เห็น
最後に思うことはひとつ
Saigo ni omou koto wa hitotsu
เรื่องที่สำคัญในท้ายที่สุดนี้
 ねぇ 「好きだよ」
Nee 「sukida yo」
นี่ 「ฉันชอบเธอนะ」
言葉にはできないけど
Kotoba ni wa dekinai kedo
ฉันก็ไม่สามารถพูดคำนั้นออกไปได้อยู่ดี
二人のストーリー
Futari no SUTOORII
เรื่องราวของเราทั้งสองคน




ปล.สำหรับเพลงนี้ เป็นเพียงการฝึกแปลโดยมือสมัครเล่น อาจมีการใช้คำที่ผิดรูปและผิดความหมายไปบ้าง แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงดุลยพินิจและเข้าใจส่วนตัวของผู้แปลเพียงเท่านั้น 
หากมีข้อผิดพลาดตรงประโยคใด ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็น และบอกข้อผิดพลาดได้นะครับ ผมยินดีรับฟังความคิดเห็นและพร้อมแก้ไขข้อผิดพลาดครับ ขอบคุณมากครับ :) 

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

[เนื้อเพลงแปลไทย] Kan Biiru - SCANDAL /by GAMEkitt

缶ビール [Kan Biiru/เบียร์กระป๋อง]

Artist: SCANDAL
Album: HELLO WORLD
作詞 (Lyric):TOMOMI
作曲 (Music): TOMOMI
編曲 (Produced): Keita Kawaguchi
แปลไทยโดย: เกมส์กิต GAMEkitt


冷蔵庫に缶ビール あなたが置いていった
Reizouko ni kan biiru anata ga oite itta
เบียร์กระป๋องที่เธอทิ้งไว้ในตู้เย็น

私 飲めないからあれっきり
Atashi nomenai kara arekkiri
ได้วางอยู่ตรงนั้น เพราะฉันไม่เคยคิดที่จะดื่มมัน

賞味期限明日切れちゃうけど
Shoumikigen ashita kirechau kedo
แต่ถว่า วันหมดอายุของมันคือวันพรุ่งนี้

なんとなくそのままにしてる缶ビール
Nantonaku sono mama ni shiteru kan biiru
ไม่ว่ายังไง ฉันก็คงต้องทิ้งเบียร์กระป๋องนี้อย่างนั้นสินะ

言いたい放題言ってのらりくらりと
Iitai houdai itte norarikurari to
ที่ขอให้พูดความจริง ในทุกสิ่งอย่างที่ฉันต้องการ

あなたの泣き声にも気付けなかった
Anata no nakigoe ni mo kizukenakatta
ฉันก็ได้แต่พูดหลีกเลี่ยง ไม่ได้ยินในเสียงร้องไห้ของเธอ

あぁもうそろそろ夜も寒くなってくる頃
Aa mou sorosoro yoru mo samukunatte kuru koro
อืม นี่ก็จะกลางคืนที่จะเริ่มมีอากาศหนาวเย็นมาปกคลุมแล้ว

毛布に包まって眠ろう
Moufu ni kurumatte nemurou
ถึงเวลาที่ต้องม้วนตัวอยู่ในผ้าห่มและนอนได้แล้ว

明日は休みだし
Ashita wa yasumi da shi
วันพรุ่งนี้นั้นเป็นวันหยุด

もしも呑めるなら開けてしまいたい
Moshimo nomeru nara akete shimaitai
และหวังว่าฉันจะได้เปิดมัน ซึ่งหากได้กลืนมันลงไป

あなたの夢を見ないように
Anata no yume wo minai you ni
ซึ่งหวังว่า ฉันจะดื่มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

深く酔ってしまえたらいいのに
Fukaku yotte shimaetara ii no ni
เพื่อจะพอที่จะทำให้ฉันจะไม่ต้องฝันถึงเธออีก

背伸びしても届かない玄関の電球が切れた
Senobishite mo todokanai genkan no denkyuu ga kireta
หลอดไฟที่พังที่อยู่ตรงหน้าทางเข้า แม้ฉันจะเขย่งก็ยังไม่สามารถจับมันมาเปลี่ยนได้เลย

いつも使ってたジャムの蓋さえ簡単には開けられない
Itsumo tsukatteta jamu no futa sae kantan ni wa akerarenai
หรือแม้แต่เรื่องง่ายๆอย่างเรื่องการเปิดฝาขวดแยม ฉันก็ยังทำไม่เป็น

ずっと頼りっぱなしだった事を
Zutto tayorippanashi datta koto wo
แต่ว่าเมื่อไม่นาน ฉันเองก็คิดหาวิธีเอาออกได้สักที

最近やっと知りました
Saikin yatto shirimashita
สิ่งที่ฉันพึ่งพาได้เสมอมาก็คือเธอ
ありがとね
Arigatou ne
ขอบคุณนะ

大事なものがあまりに多すぎるせいで
Daiji na mono ga amari ni oosugiru sei de
ห้องของฉันเองก็เริ่มรกและดูเละเทะมากขึ้น

だんだんと散らかっていくワンルーム
Dandan to chirakatte yuku wan ruumu
ก็เพราะมันมีสิ่งสำคัญสำหรับฉันมากมายที่เกี่ยวกับเธออยู่

あぁもう朝目が覚めたらまとめて片付けよう
Aa mou asa me ga mezametara matomete kata kizukeyou
อืม เมื่อฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ฉันจะทำความสะอาดให้มันดีขึ้นแน่นอน

ビールもその時に捨てよう
Biiru mo sono toki ni suteyou
และกระป๋องเบียร์นั้น ฉันก็จะโยนมันทิ้งไปด้วยเช่นกัน

“片手間の愛なら抱き合ったって意味なんかないよなぁ”
“Katatema no ai nara dakiatta tte imi nanka nai yo naa”
“หากความรักของเราเป็นดั่งใจครึ่งดวง แล้วอ้อมกอดที่เรากอดกัน นั้นมีความหมายอะไร”

半分も理解出来ないまま そこでふたつの心はハジけた
Hanbun mo rikai dekinai mama soko de futatsu no kokoro wa hajiketa
การมีความเข้าใจเพียงแค่ข้างเดียวนั้น สองหัวใจของเราคงจะแตกแยกกันไปแล้ว

明日は休みだし
Ashita wa yasumi da shi
วันพรุ่งนี้นั้นเป็นวันหยุด

もしも呑めるなら開けてしまいたい
Moshimo nomeru nara akete shimaitai
และหวังว่าฉันจะได้เปิดมัน ซึ่งหากได้กลืนมันลงไป


あなたの夢を見ないように
Anata no yume wo minai you ni
ซึ่งหวังว่า ฉันจะดื่มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
深く酔ってしまえたらいいのに
Fukaku yotte shimaetara ii no ni
เพื่อจะพอที่จะทำให้ฉันจะไม่ต้องฝันถึงเธออีก
あなたの夢を見ないように
Anata no yume wo minai you ni
ซึ่งหวังว่า ฉันจะดื่มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
深く酔ってしまえたらいいのに
Fukaku yotte shimaetara ii no ni
เพื่อจะพอที่จะทำให้ฉันจะไม่ต้องฝันถึงเธออีก


Translation by GAMEkitt
Lyrics English Version by http://www.scandal-heaven.com

สำหรับเพลงนี้ ผมพยายามทำความเข้าใจหลังแปลเสร็จอยู่สักพักครับ แม้อาจจะดูงงๆไปบ้าง
แต่ก็พอเข้าใจนะครับ ผมพยายามจะทำโปรเจคแปลเพลงที่โทโมมิเขียนและร้องเองอยู่มานานครับ
แต่ไม่ค่อยมีโอกาส พอได้ฟังหลายๆเพลงก็ยิ่งอยากทำครับแต่ก็พลัดวันประกันพรุ่ง จนแล้วจนรอดมาถึงเพลงนี้ก็เลยลงมือแปลซะเลยดีกว่า
ขอบคุณ www.scandal-heaven.com ด้วยครับผม

ปล.สำหรับเพลงนี้ เป็นเพียงการฝึกแปลโดยมือสมัครเล่น อาจมีการใช้คำที่ผิดรูปและผิดความหมายไปบ้าง แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงดุลยพินิจและเข้าใจส่วนตัวของผู้แปลเพียงเท่านั้น 
หากมีข้อผิดพลาดตรงประโยคใด ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็น และบอกข้อผิดพลาดได้นะครับ ผมยินดีรับฟังความคิดเห็นและพร้อมแก้ไขข้อผิดพลาดครับ ขอบคุณมากครับ :)


วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Unboxing | YELLOW - SCANDAL [Regular Edition / Made In Thailand]























Album: YELLOW
Artist: SCANDAL
Release: 2016.03.02
Label: Epic Records Japan / Sony Music Japan
Catalog Number: ESCL-4594
Price: 1200 yen (tax out) / 389Baht in Thailand
Special Bonus:      

Tracklist
01.Room No. 7
02.Stamp
03.LOVE ME DO
04.Morning Sun
05.Sunday Drive
06.今夜はピザパーティー
07.ヘブンな気分
08.SUKI-SUKI
09.LOVE
10.Sisters
11.Happy Birthday
12.ちいさなほのお
13.Your Song -English Version- (Bonus Track)


following SCANDAL

Download song of SCANDAL
buy CD & Goods of SCANDAL at

ติดตามการ Review & Preview ซีดีเพลงญี่ปุ่นได้ที่
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ :)













วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ความประทับใจต่อ SCANDAL TOUR 2016 YELLOW in BKK


โปสเตอร์พร้อมลายเซ็นสมาชิกที่แจกให้เฉพาะแฟนๆที่ซื้อ Offivial good
บัตรเข้าชมไลฟ์ก่อนที่จะถูกเจาะรูครับ
     สวัสดีครับผมเกมส์กิตเองครับ จากที่เคยเกริ่นชวนไปเที่ยวคอนเสิร์ต Scandal Tour 2016 Yellow in Bangkok กันในครั้งที่แล้ว จนมาถึงวันงานและมาถึงในวันนี้หลังจากคอนเสิร์ตจบไปอย่างเป็นทางการ
ผมก็ไม่เลิกลาในการจะนำภาพบรรยากาศที่ผมได้สัมผัสด้วยตาของตัวเองมาเล่าเป็นตัวอักษรให้หลายๆท่านที่ไม่ได้มีโอกาสได้มาชมได้ฟังครับ
        ก่อนจะเล่าว่าประทับใจอย่างไร คงต้องเล่ารายละเอียดต่างๆให้ฟังกันก่อนตามลำดับเวลานะครับ
การมาทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศไทยครั้งนี้ของสาวๆนับเป็นการมาไทยครั้งที่สองในรอบสามปี จากปี 2013 จนถึงปี 2016 นับรวมเป็น 1028 วัน(ไม่ได้นับรวมกับงาน Sonic Bang 2013 ที่จัดขึ้นในปีเดียวกัน) ครั้งนี้สาวๆขนเพลงจากอัลบั้ม YELLOW มาเล่นให้ฟังถึง 9 เพลง และรวมกับเพลงจากอัลบั้มก่อนๆอีก 6 เพลง และความพิเศษสำหรับประเทศไทยที่เป็นประเทศสุดท้ายในแถบเอเชีย สาวๆจึงมีการโชว์เพลงใหม่อย่างเพลง Take me out! ที่จะมีการวางขายอย่างเป็นทางการในปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นความพิเศษที่แฟนๆคาดไม่ถึงเลยก็ว่าได้
       จนมาถึงช่วงอังกอร์ การเซอร์ไพรซ์ที่แฟนๆชาวไทยรวมกันทำ โดยมีแอดมินจากเพจ Scandal tai yo เป็นแม่งานก็ได้ดำเนินมาถึง โดยเป็นการโชว์ป้ายกระดาษสีเหลืองขนาด A4 จากแฟนๆที่อยู่ในฮอลล์ทุกๆคน (รวมถึงผมด้วย) โดยป้ายกระดาษแผ่นนั้นเขียนว่า "1028日待ってたやっとまた会えた!" ซึ่งแปลเป็นไทยได้ใจความว่า "หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลา 1028 วัน ในที่สุดเราก็ได้เจอกันแล้วนะ" ทำเอาสาวๆซึ้งไปตามๆกันเลย นี่คงจะเป็นความประทับใจที่แฟนๆชาวไทยพอจะมอบให้สาวๆได้นะครับ
สำหรับช่วงอังกอร์ก็ได้เวลากระโดดกันแล้วครับ กับอีกทั้งสองเพลง อย่าง Your Song ภาคภาษาอังกฤษกับเพลงที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างเพลง Taiyo Scandalous และหลังจากจบเพลงนี้ก็ถึงเวลาปิดม่านการแสดงครั้งนี้อย่างเป็นทางการ 
       มาพูดกันในส่วนของความประทับใจกันบ้างดีกว่าครับ สำหรับผมเองต้องบอกก่อนว่าผมไม่ใช่แฟนคลับของ Scandal มาก่อนเลยนะครับ แต่มีโอกาสได้ฟังเพลง จากอัลบั้มชุดล่าสุดนี่ล่ะครับจากนั้นก็คิดว่าชอบ (คิดว่า ?) ก็เลยมาดู และคิดว่าหลังจากดูจบก็ตั้งใจจะติดตามวงนี้อย่างจริงจังแล้วล่ะครับ 
"ผมหลงรักพวกเธอซะแล้วล่ะครับ" 

เรื่องความประทับใจของผมกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เป็นดังข้างต้นแหละครับ

:)

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ชวนดูชวนฟัง :: TOYOTA It's Mine Present SCANDAL Tour 2016 "YELLOW" in Bangkok


สวัสดีครับ เกมส์กิตเองครับ วันนี้มาพูดถึงไลฟ์คอนเสิร์ตของสี่สาว "SCANDAL" ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองไทยเราอีกครั้ง ซึ่งสำหรับครั้งนี้ก็เป็นการเดินทางมาไทยครั้งที่ 3 แล้วนะครับผม (ครั้งแรกคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อปี 2013 และครั้งที่สองคืองาน Sonic Bang ที่จัดขึ้นในปีเดียวกัน)
 ซึ่งครั้งนี้ก็กลับมาโชว์อีกครั้งโดยได้แม่งานใจดีอย่างโตโยต้าจับมือกับพ่องานสุดเจ๋งที่เชี่ยวเรื่องไลฟ์ศิลปินแดนปลาดิบเป็นพิเศษอย่างอะวาลอนไลฟ์ ช่วยสานฝันให้กับสแกนดัลมาเนียไทยแลนด์ได้มามันส์กันอีกครั้ง ซึ่งภายในวันแรกที่เปิดจอง บัตร VIP ที่มีราคา 3,000 บาท ก็หมดเกลี้ยงไปกับตาครับที่สำคัญมีเพียงแค่ 200 ใบเท่านั้น ส่วนบัตรราคารองลงมา ก็คือ 2,300 และ 1,500 บาท ซึ่งทั้งสองราคาเป็นบัตรยืนทั้งหมดครับ โดยจะแบ่งออกเป็นสามโซน ตามราคาบัตรนั่นเองครับ
สำหรับไลฟ์ครั้งนี้เป็นไลฟ์ของอัลบั้มชุดที่ 7 ที่ชื่อว่า "YELLOW" โดยสาวๆได้เริ่มทัวร์ทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ก็เป็น Additional Tour (ทัวร์นอกตารางเพิ่มเติม) ของสาวๆสำหรับอัลบั้มชุดนี้นั่นเองครับ
สำหรับความคาดหวังต่อไลฟ์ครั้งนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงอยากจะฟังเพลงใหม่จากอัลบั้มเยลโล่ว์นะครับ เพราะเพลงในอัลบั้มชุดนี้ ล้วนเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเพลง Stamp , Sisters , LOVE ME DO รวมไปถึงเพลงที่เพิ่งถูก Release อย่างเพลง Morning Sun และเพลง Sunday Drive ซึ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอัลบั้มเยลโล่ว์นะครับ ยังไม่ได้รวมถึงเพลงฮิตตลอด 9 ปีที่ผ่านมานะฮะ และนั่นก็เป็นบทความที่พูดถึงความน่าสนใจของไลฟ์คอนเสิร์ตครั้งนี้นะครับ ซึ่งผมเองก็ไม่อยากให้แฟนเพลงญี่ปุ่นพลาดกันนะเพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีกันได้บ่อยๆและแถมตอนนี้ก็ยังพอจะมีบัตรจำหน่ายอยู่นะครับ ยังไงท่านใดสนใจสามารถเข้าไปสอบถามโดยตรงได้ที่อะวาลอนไลฟ์เลยนะครับ สำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะทำให้คุณตัดสินใจได้ในเร็ววันนะครับ แต่สำหรับใครที่จองบัตรกันเรียบร้อยแล้ว ก็ฟิตร่างกายให้พร้อมโดด! และหวังว่าเราจะได้ไปสนุกด้วยกันนะครับ แล้วยังไงก็พบกันที่ BccHall (บางกอกคอนเวนชั่นเซนเตอร์) ชั้น 5 เซ็นทรัลลาดพร้าว วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน นะครับ
ขอบพระคุณสำหรับการติดตามครับ แล้วพบกันนะครับ :)

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

J.Artist Next to :: WEAVER ทรีโอแบนด์ขวัญใจเกมส์กิต

สวัสดีครับ เกมส์กิตครับ

จริงๆก็ห่างหายไปจาก J.Artist Next to เดือนนึงแล้ว ไม่ค่อยเวลาอัพเลยครับ
วันนี้ก็เลยเอาไอดอลมาแนะนำหน่อย ครั้งนี้ไม่ต้องดูสคริปต์เลยครับ เพราะรู้จักกันเป็นอย่างดี
สำหรับ WEAVER ไม่มีข้องโต้แย้งในเรื่องเพลงเลยครับ ถ้าใครมีโอกาสได้ฟังเพลงก็ต้อง
ยอมรับกันไปตามๆกันครับ แล้วก็จะไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงไม่มีข้อโต้แย้งตามที่พูดไว้
สำหรับท่านใดพอรู้จัก WEAVER แล้วก็โอเคครับ รสนิยมการฟังเพลงท่านดีมาก
แต่ถ้าท่านใดยังไม่รู้จักหรือแค่คุ้นๆชื่อ คุ้นๆหน้า วันนี้เรามาทำความรู้จักวงนี้กันให้มากขึ้นดีกว่าครับ


จุดเริ่มต้นของทั้งสามหนุ่ม เกิดขึ้นขณะสามหนุ่มเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายโกเบเมื่อปี 2004 ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของจังหวัดเฮียวโงะ ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สามหนุ่มเริ่มก่อตั้งวงดนตรีแบบ 4 Piece Band (ดนตรีสี่ชิ้น) ซึ่งขณะนั้นมีสมาชิกทั้งหมดสี่คน โดยเริ่มต้นหัวหน้าวงอย่างเบ้จังรับตำแหน่งตีกลองชุด เสียงประสาน และเขียนเพลง สุกิคุง รับตำแหน่ง Front Man โดยเป็นนักร้องนำพ่วงกับเปียโน ส่วนโอ๊คคุง ก็รับตำแหน่งกีต้าร์เบสและเสียงประสาน ร่วมกับเพื่อนอีกหนึ่งคนที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในวงแล้ว (ตำแหน่งกีต้าร์ ณ ตอนที่ยังเป็นวงดนตรี 4 ชิ้น) 
ก่อตั้งขึ้นเป็นวงดนตรีในนามว่า "WEAVER"
จุดเปลี่ยนของพวกเขาเกิดขึ้นในช่วงปี 2007 ซึ่งปีนั้นเป็นปีที่พวกเขาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย โอ๊คคุงและเบ้จัง ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยสายสามัญ ซึ่งในขณะเดียวกันสุกิคุง
กลับเลือกที่จะศึกษาต่อในวิทยาลัยศิลปะและการดนตรีแทน ซึ่งในช่วงจุดเปลี่ยนนี้ วงก็ยังคงมีงานอยู่ตามปกติ ทั้งในส่วนของการออกแสดงสดตามที่ต่างๆ นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาต้องหยุดการเรียนไป และในช่วงปลายปีเดียวกันนั้นเอง วงก็มีการเปลี่ยนแปลงและเหลือสมาชิกเพียงแค่ 3 คน
ซึ่งนั่นเลยเป็นจุดเปลี่ยนให้วงใช้เปียโนเป็นดนตรีหลักมาจนถึงปัจจุบัน โดยเปิดฉากการแสดงครั้งแรกที่ใจกลางเมืองโกเบ ในไลฟ์เฮ้าส์ VARIT และสถานที่ที่แห่งนี้เอง ก็ได้หล่อหลอมให้พวกเขามีชื่อเสียง
ร่วมถึงสถานที่ที่แห่งนี้เองยังกลายเป็นใบเบิกทางให้พวกเขาเข้าสร้างเสียงเพลงมาอยู่ในวงการ


ในเดือนตุลาคมปี 2009 Debut Download Single ของพวกเขาทั้งหมดสามเพลงก็ได้ถูกปล่อยไปโลดแล่นอยู่บนหน้าปัดวิทยุและติดชาร์ตอยู่หลายสัปดาห์ ไม่ว่าจะเพลง "Hakuchoumu" "Raise" รวมถึงเพลง "Tokidoki Sekai" ซึ่งผลงานเพลงทั้ง 3 เพลงที่ออกมาต่อเนื่องกันนี้ ประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ และด้วยการติด TOP 3 ใน Recochoku Rock Full และพวกเขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงให้ศิลปินมากมายอย่างค่าย A-sketch MUSIC Label ซึ่งเป็นค่ายเพลงย่อยมาจาก บริษัท Amuse ซึ่งเป็นบริษัทสื่อบันเทิงอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่น และที่สำคัญยังได้ทีม Antwork ทีมที่คอยกำกับดูแลวง flumpool วงชื่อดังที่ WEAVER นับถือเป็นรุ่นพี่ มาเป็นผู้ดูแลการการทำงานอีกด้วย
เพื่อต่อยอดความสำเร็จจาก Download Single หลังจากนั้นอีกเพียงไม่นานพวกเขาก็ได้ปล่อย 
Debut Album "Tapestry" ที่มีทั้งสามเพลงแรกรวมอยู่ด้วย ซึ่งก็ได้รับความนิยมถึงขั้นติดอันดับที่ 19 ใน Oricorn Album Weekly Chart อีกด้วย ความพิเศษของชุดนี้คือทั้งสามคนเป็นคนควบคุมการทำงารเองทุกขั้นตอน และในเดือนเมษายน ปี 2010 พวกเขาก็เดินทางเข้าโตเกียว เพื่อเริ่มต้นทำงานด้านดนตรีกันอย่างเต็มตัวในนาม Trio Piano Rock Band "WEAVER"

ในเดือนมิถุนายน 2010 พวกเขาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชื่อดัง คาเมดะ เซอิจิ ในฐานะ Sound producer สำหรับ Single "Hard to say I love you ~Iidasenakute~" ซึ่งเป็น Single แรกของวง และนอกจากจะเป็น Single แรก เพลงนี้ยังถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบซีรีย์ทางช่อง Fuji TV เรื่อง "Sunao ni Narenakute" โดยในหน้าที่ของเบ้จังคือการลงมือเขียนเนื้อร้องทั้งหมดทั้งซิงเกิ้ลเหมือนกับในส่วนของเดบิวต์อัลบั้มในผลงานครั้งที่แล้ว และจากนั้นไม่นาน ก็ได้ปล่อย Download Single "Bokura no eien ~Nando umarekawatte mo, te o tsunagitai dake no ai dakara~" เพลงที่มีชื่อยาวที่สุดถ้าเทียบกับเพลงอื่นๆของวง ซึ่งก็ได้ถูกเลือกนำมาใช้ประกอบโฆษณา au's "LISMO!" 

และยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "Love Come" อีกด้วย และจากเพลงนี้เองก็ทำให้ WEAVER มีแฟนเพลงเพิ่มมากขึ้นมาเป็นเท่าตัว จนต่อยอดให้สามหนุ่มเร่งทำงานชิ้นต่อไปเพื่อเป็นการต้อนรับแฟนๆ

และเกิดเป็นอัลบั้มล่าสุดของพวกเขา ที่มีทั้งสอง Single ที่กล่าวไปนี้รวมอยู่ด้วย ซึ่งก็ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งอัลบั้มได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกชื่อว่า “Shinsekai Souzouki” (New World Creation Chronicle) จะวางจำหน่ายวันที่ 25 สิงหาคม และส่วนที่สอง “Shinsekai Souzouki” วางจำหน่ายวันที่ 29 กันยายน 2010 ซึ่งในอัลบั้มดูแลควบคุมโดย Kameda Seiji เป็นการรับประกันผลงาน 

9 กุมภาพันธ์ 2011 การแสดงไลฟ์ "Shinsekai Souzouki" ซึ่งจัดขึ้นที่ Ebisu LIQUIDROOM ได้ถูกบันทึกและนำมาทำเป็น DVD ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเพลงใหม่ 
"(a)(i) wo atsumete" และเพลง "Kimi no Tomodachi" ที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาในงานแข่งขันฟุตบอลมัธยมปลายแห่งชาติครั้งที่ 89 ก็ได้ถูกวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน
ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน พวกเขาได้มีไลฟ์ขนาดใหญ่เป็นของตัวเองเป็นครั้งแรกชื่อว่า 
WEAVER First HALL Live 2011Spring Field Forever~ai no afureru basho~ ซึ่งจัดขึ้นที่ NHK Osaka Hall ใจกลางเมืองโอซาก้า ในวันที่ 1 เมษายน และที่ C.C.Lemon Hall ย่านชิบุยะ ในวันที่ 3 เมษายน และได้ปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่สาม Jubilation ซึ่งรวมทั้งสองเพลงที่กล่าวมาไว้ด้วย

ซึ่งเวลานั้น วงก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เบ้จังเลยมีโอกาสศึกษาต่ออยู่ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเข้าเองก็มหาวิทยาลัยและสาขาวิชาที่คิดว่าเหมาะแก่การเดินทาง จึงเลือกศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Kwansei Gakuin (เอกปรัชญา) ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์เขาจะต้องเดินทางกลับบ้านสองครั้งเพื่อไปเรียนและก็ได้สำเร็จการศึกษาเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิในปี 2011 และทางด้านโอ๊คคุงก็ลงทะเบียนเรียนเป็นนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยโอซาก้า แต่เขาต้องหยุดเรียนไว้เพื่อมาทำงานดนตรีอย่างเต็มตัว
และในช่วงปลายปี 2011 พวกเขาก็ได้ฤกษฺ์ปล่อยซิงเกิ้ลที่สองที่มีชื่อว่า "Egao no Aizuเพื่อมาประกอบรายการ TV-show Asian Ace 

ช่วงต้นปี 2013 WEAVER ก็ได้ปล่อย Studio ชุดแรกของพวกเขาชื่อว่า Handmade โดยชื่อนี้ได้มาจากการทำงานของอัลบั้มชุดนี้ที่พวกเขาทำกันเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแต่งเนื้อร้อง ทำนอง จนถึงขั้ตอนการเรียบเรียง และบันทึกเสียง และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองอัลบั้มใหม่หนุ่มๆจึงจัด Tour ทั่วประเทศในชื่อว่า Handmade Tour 2013~WEAVER Piano Trio Performance~ และในรอบสุดท้ายที่จัดขึ้นที่ Zepp DiverCity ก็ได้ถูกบันทึกภาพมาวางขายในรูปแบบ DVD ด้วย ซึ่งไลฟ์ทัวร์ครั้งนี้ในรอบสุดท้ายที่ได้กล่าวไปข้างต้น ยังมีการขาย Limited Disc ที่มีจำนวนการผลิตจำกัด ซึ่งใน Limited Disc ที่ว่านั้นมีเพลงพิเศษที่ WEAVER ทำเอาไว้จำนวนสองเพลง ซึ่ง ณ ตอนนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว ต้องบอกเลยว่า ถ้าใครไม่ได้ไปวันนั้น นับว่าน่าเสียดายมากเลยครับ

ช่วงกลางปีเดียวกัน พวกเขาได้ปล่อยซิงเกิ้ลที่ 3 YumeJyanai Konosekai ที่สุกิเอ่ยบอกว่าเพลงนี้แหละเป็นเพลงที่พวกเราชอบที่สุดและเป็นแนวทางของ WEAVER จริงๆ ซึ่งในซิงเกิ้ลนี้ยังประกอบไปด้วยเพลง Summer Tune ที่ถูกนำไปประกอบ CM ของ Kawaiijuku และอีกเพลง 1/4 Seiki ซึ่งเป็นเพลงที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อมาต่อยอดใน Special Live 2013 ซึ่งไลฟ์นั้นเป็นไลฟ์พิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับเบ้จังที่มีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ สำหรับภาพบรรยากาศในวันนั้นน่าประทับใจมากๆครับ

และช่วงต้นปีพวกเขาก็ได้มีโอกาสมาทำโปรเจคที่ประเทศไทยกับวง Instinct ในเพลง Light และ Time Will Find Away ซึ่งเพลง Time Will Find Away ก็ถูกนำมาบรรจุอยู่ในซิงเกิ้ลที่ 4 Kocchi wo Muite yo ซึ่งเป็นเพลงที่ถูกมาใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Momose , Kocchi wo Muite และหลังจากปล่อยซิงเกิ้ลที่ 4 พวกเขาก็ได้มีโอกาสไปเรียนที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษเวลาทั้งหมด 6 เดือนเต็ม และกลับมาปล่อยอัลบั้มรวมผลงานอย่างอัลบั้ม ID และทัวร์ทั่วประเทศในช่วงปลายปีในชื่อว่า ID TOUR 2014 ซึ่งในรอบสุดท้ายที่จัดขึ้นที่ชิบูย่าก็ได้ถูกบันทึกภาพมาวางขายซึ่งสำหรับ DVD ID TOUR 2014 ยังมีแพคพิเศษที่รวมภาพประทับใจจาก Special Live 2013 ที่ไม่ได้ถูกนำมาขาย มารวบขายกับ ID TOUR 2014 ในเว็บ Asmart อีกด้วย 


ในช่วงกลางปี 2015 WEAVER กลับมาทำงานเพลงในซิงเกิ้ลที่ 5 Kuchizuke Diamond ซึ่งเพลงนี้ถูกนำมาประกอบอนิเมะเรื่อง Yamadakun to 7nin Majo นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของวงเยอะมากที่สุด เพราะครั้งนี้ไม่แค่แนวเพลงที่มีกลิ่นเพลงอังกฤษติดมา แต่ยังรวมไปถึงแนวความคิด เสื้อผ้าหน้าผมที่ถูกปัดฝุ่นใหม่ทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนภาพใหม่ให้วงดูโตขึ้น ไม่ว่าจะสีผมของสุกิคุง หรือจะเป็นสไตล์การแต่งตัวของสามหนุ่ม ซึ่งในซิงเกิ้ลนี้ ยังมีเพลงที่น่าฟังอย่าง Beloved ที่ถูกนำไปประกอบภาพยนตร์สุดโรแมนติกอย่างเรื่อง Raia no Nori และอีกหนึ่งเพลงอย่างเพลง Time Piece ที่เคยถูกนำไปร้องเปิดใน ID TOUR 2014 ก็ถูกบรรจุลงในซิงเกิ้ลนี้ด้วย


ในช่วงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน สามหนุ่มก็ได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ที่มีชื่อซิงเกิ้ลว่า "Boys & Girls" โดยแนวเพลงก็ยังคงออกมาในแนวจังหวะมีเดียมตามที่สามหนุ่มถนัดกันอยู่แล้ว โดยยังคงใช้เสน่ห์ของเครื่องสายเข้ามาช่วยทำให้เพลงมีสีสันมากขึ้น เหมือนกับสามซิงเกิ้ลก่อนๆ เช่นเพลง Yumejyanai Konosekai , Kocchi wo Muite yo และเพลง Kuchizuke Diamond

ซึ่งเพลงนี้เบ้จังก็ยังคงรับหน้าที่เขียนเนื้อร้อง และสุกิคุงยังคงรับหน้าที่เขียนทำนองเช่นเคย

ในซิงเกิ้ลนอกจากจะมีเพลงใหม่อีกสองเพลงแล้ว ยังมีเพลง Door ที่หนุ่มๆเคยนำไปเล่นในหลายๆไลฟ์มาก่อนอีกด้วย (เช่น ID TOUR 2014) ซึ่งเพลง Door ก็จะถูกรวมมาอยู่ในซิงเกิ้ลนี้ด้วย
และความพิเศษสำหรับคนที่สั่งซื้อซีดีผ่าน Asmart Shop รวมถึงในสินค้าล็อตแรกที่สั่งกับทุกร้านซีดีชั้นนำจะได้รับเบอร์แบนด์ หรือสายรัดข้อมือที่ออกแบบมาเพื่อซิงเกิ้ลนี้โดยเฉพาะ
ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้สามหนุ่มก็เพิ่งมีสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุดอย่าง Night Rainbow ที่รวมเพลงตั้งแต่ช่วงต้นปี 2015 และเพลงใหม่อีกทั้ง 9 เพลง


ซึ่งกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าเพลงของ WEAVER นั้นมีทำนองที่เป็นเอกลักษณ์ และเนื้อหาที่แสดงออกถึงโลกทัศน์ที่ “โดดเดี่ยวแต่แข็งแกร่ง” สำหรับแผนงานในปัจจุบัน สามหนุ่มทำหน้าที่เป็น Sound producer กันเองอย่างเต็มตัวแล้ว ซึ่งในการทำงานดนตรีของพวกเขา ก็ลุยกันอย่างเต็มที่และใส่รายละเอียดในทุกๆขึ้นตอนการผลิตด้วยตัวเอง ซึ่งตั้งแต่เริ่มเดบิวต์จนถึงปัจจุบัน พวกเขาเดินทางมาเป็นเวลากว่า 7 ปี และจะครบ 8 ปีในช่วงปลายปีนี้ พวกเขาได้สร้างโลกใบใหม่ด้วยเสียงเพลงของพวกเขาและสุกิคุงซึ่งเป็นตัวแทนของวงเคยให้สัมภาษณ์พิเศษของ KKBOX ว่า

" พวกเขาต้องการจะสร้างดนตรีให้เป็นบทเพลงประโลมโลก ให้ทุกคนที่ได้ฟังมีกำลังใจจากเพลงของพวกเขาและอยู่กับความเป็นจริงพร้อมสู้กับปัญหาและไม่เดินหนีมัน พวกเขาบอกว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเขาฝันเอาไว้เสมอ ว่าทุกคนที่ได้ฟังเพลงของพวกเขาจะมีกำลังใจดีดีกลับไป "


และนี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้แฟนๆของ WEAVER ยังคงรักอย่างเหนียวแน่นและคาดว่าจะมีแฟนเพลงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงบ้านเรา 
นี่ละครับ WEAVER ที่ผมรู้จักแล้ว WEAVER ในแบบคุณล่ะ พวกเขาเป็นยังไง?